ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

เรื่องที่แนะนำ

เมื่อโรงพยาบาลเอกชนซบเซา ใครรับภาระต่อ? | เก็บตกจากวชิรวิทย์

จากประเด็นที่โพสต์ของ นพ.กรธัช อชิรรุจิกร เรื่อง วิกฤตโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ (ลิ้งต้นทางใต้คอมเม้นต์)  แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าวิกฤติโรงพยาบาลเอกชนคือ คนไม่ได้หยุดป่วย เพียงแต่พวกเขาจะไปรักษาที่อื่นแทน และ “ที่อื่น” ที่ว่านั้นก็คือ กลับมาใช้ “บัตรทอง” หรือไม่  เพราะต้องยอมรับว่าในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ประกันกลุ่มถูกตัด เบี้ยประกันส่วนตัวแพงเกินจ่าย คนชั้นกลางที่เคยใช้โรงพยาบาลเอกชนจะเริ่มหันมาใช้สิทธิ์บัตรทองมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณนี้น่าจะเริ่มปรากฏชัดในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ ปัญหาคือระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รองรับภาระที่เพิ่มขึ้นได้แค่ไหน? เพราะตอนนี้ระบบบัตรทองยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้แก้ เช่น -งบรายหัวที่ยังตามไม่ทันต้นทุนจริง สปสช.จ่ายค่ารักษาพยาบาลต่อหัวประชากรอยู่ที่ราว 3,400-3,600 บาทต่อคนต่อปี ในขณะที่ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ขึ้น 10% ต่อปีตามที่โพสต์ระบุ ช่องว่างนี้โรงพยาบาลรัฐต้องแบกไว้เอง -กำลังคนในโรงพยาบาลรัฐยังขาดแคลน แม้จะผลิตแพทย์ได้ 3,200 คนต่อปีแล้ว แต่แพทย์เหล่านั้นกระจุกตัวในกรุงเทพ ไม่กระจายไปต่างจังหวัด รพ.ชุมชนและ รพ.ทั่วไปหลายแห่งยังข...

โพสต์ล่าสุด

“ไม่ลดภาษี” เมื่อระบบหลักประกันสุขภาพกำลังต้องการเงินเพิ่ม | เก็บตกจากวชิรวิทย์

เล็งจัดลำดับความสำคัญงบบัตรทอง ปี 70 “หากมีข้อจำกัดงบประมาณประเทศ” | เก็บตกจากวชิรวิทย์

สอบตกเรื่องฝุ่น? วิเคราะห์จุดอ่อนยุค “รมว.พัฒนา” เทียบ อ.เชน - อดีตรมต. | เก็บตกจากวชิรวิทย์

เงิน ฉ.11 ไม่ควรจ่ายจากเงินบำรุงโรงพยาบาล แล้วจะมาจากที่ไหนล่ะ? | เก็บตกจากวชิรวิทย์

“คนชายแดนไร้สถานะ” รากวิกฤตอุ้มผาง รพ.แบกภาระข้ามรุ่น | เก็บตกจากวชิรวิทย์

3 ทางออก รพ.ชายแดน ต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ปล่อยแนวหน้าสู้ลำพัง | เก็บตกจากวชิรวิทย์