ผลิตหมอเพิ่ม แต่ทำไมจัดสรรลดลงทุกปี จนสตาฟแบกไม่ไหว | เก็บตกจากวชิรวิทย์

 วิกฤต “โควตาอินเทิร์น” สะเทือน รพ.รัฐ แพทย์หน้างานร้อง กระทรวงผลิตหมอเพิ่ม แต่จัดสรรลดลงทุกปี จนสตาฟแบกรับภาระไม่ไหว มอง เขตเมือง-รพ.กทม ดึงกำลังคนออกจากระบบ สธ. หรือไม่ 


ในขณะที่ … กระทรวงสาธารณสุขปรับระบบ “แพทย์ใช้ทุน” ใหม่เป็นครั้งแรก เพื่อดึงแพทย์จบใหม่เข้าสู่พื้นที่ขาดแคลนมากขึ้น เดิมระบบใช้ “จับสลาก” เลือกพื้นที่ ทำให้บางคนไม่ได้อยากอยู่จริง และเกิดปัญหาลาออกหรือยอมจ่ายทุนแทนการใช้ทุน โดยระบบใหม่ เปิดให้แพทย์ใช้ทุนเลือกลงพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลนได้โดยสมัครใจ แพทย์ที่เลือกพื้นที่ขาดแคลนจะได้รับ “สิทธิพิเศษ” เช่น โอกาสเลือกทุนเรียนต่อเฉพาะทางในอนาคต


สธ.จะกำหนดโควตาทุนตามสาขาที่ประเทศขาดแคลน เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม นิวโรศัลยกรรม และเวชศาสตร์ครอบครัว ขณะนี้มีแพทย์ใช้ทุนปี 1 ที่กำลังขึ้นปี 2 สมัครเข้าร่วมแล้วประมาณ 180 คน แพทย์จบใหม่ที่กำลังจะเข้าระบบก็แสดงความสนใจอีกกว่า 100 คน แต่ ยังมีบางพื้นที่ที่คนเลือกน้อย เช่น จังหวัดบึงกาฬ และศรีสะเกษ


วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันจับสลากแพทย์ใช้ทุน สธ.จะเปิดให้แพทย์เลือกพื้นที่ขาดแคลนได้เพิ่มเติม หากไม่ต้องการจับสลาก

แพทย์ที่เลือกเส้นทางนี้ จะเริ่มเป็นอินเทิร์นในโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไปก่อน แล้วจึงไปประจำโรงพยาบาลชุมชน


ด้านโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท (CPIRD) สธ.ยังปรับระบบใหม่ หลังพบว่าบางจังหวัดมีแพทย์ล้น ขณะที่บางพื้นที่ยังขาด

ต่อไปจะเปิดให้แพทย์ CPIRD สามารถเลือกทำงานในจังหวัดใกล้เคียงภายในเขตสุขภาพเดียวกันได้ เพื่อช่วยกระจายกำลังคนให้สมดุลขึ้น


และ ในขณะที่ … ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า พื้นที่ขาดแคลนมากกระจายอยู่หลายภูมิภาค เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ศรีสะเกษ บึงกาฬ นราธิวาส และตรัง เป็นต้น เขตสุขภาพที่มีความต้องการแพทย์สูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 50 อัตรา และเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 39 อัตรา สธ.ยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ทั้งเรื่องการกระจายตัว ค่าตอบแทน และการสร้างแรงจูงใจให้อยู่ในระบบระยะยาว 


ล่าสุด …. วันนี้ (8 พ.ค. 69) แพทย์ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข บางส่วนสะท้อนปัญหาการจัดสรร “แพทย์เพิ่มพูนทักษะ” หรืออินเทิร์น ของกระทรวงสาธารณสุข กับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายโรงพยาบาลได้รับการจัดสรรโควตาแพทย์จบใหม่ลดลงต่อเนื่อง แม้จำนวนบัณฑิตแพทย์จะเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ภาระงานตกอยู่กับแพทย์ประจำ หรือสตาฟในโรงพยาบาลรัฐอย่างหนัก


โดยเฉพาะพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4  สระบุรี, นนทบุรี, ลพบุรี, อ่างทอง, นครนายก, สิงห์บุรี, พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ปี 2569 หลายโรงพยาบาลในพื้นที่ได้รับโควตาอินเทิร์นต่ำกว่าความต้องการจริง บางแห่งได้เพียง 1 คน เช่น โรงพยาบาลปทุมธานี ที่ไม่ได้รับทั้งโควตาอินเทิร์นและแพทย์ CPIRD (รพ.ปทุมธานี เขต 4 พบ จำนวน 2 ราย แพทย์ทั่วไป เวชศาสตร์ครอบครัว/FM จำนวน 1 ราย ,ข้าราชการลาศึกษาจำนวน 1 ราย  โดยรายนี้ติดหมายเหตุ Hold หรือคุณสมบัติยังไม่ครบถ้วน ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) 


“ทุกคนเข้าใจว่าต้องกระจายแพทย์ไปช่วยพื้นที่ขาดแคลนก่อน โดยเฉพาะภาคอีสานหรือเขตสุขภาพที่ 8 แต่คำถามคือ ทำไมหลายโรงพยาบาลที่มีภาระงานสูงมาก กลับได้โควตาน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งที่ระบบก็ยอมรับมาตลอดว่าแพทย์ไม่เพียงพอ” แหล่งข่าวระบุ


◤  ชี้ รพ.ต้องควักงบเอง จ้างหมอเพิ่ม


แหล่งข่าวซึ่งเป็นแพทย์ อธิบายว่า เมื่อโควตาแพทย์ใช้ทุนลดลง โรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้วิธี “จ้างแพทย์เพิ่ม” จากงบของโรงพยาบาลเอง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์จบจากมหาวิทยาลัยเอกชน หรือแพทย์ที่เรียนจากต่างประเทศกลับมา แต่การจ้างก็ยังต้องขออนุมัติโควตาจากส่วนกลางอีกทอดหนึ่ง


“ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลอยากจ้างกี่คนก็จ้างได้ ทุกอย่างมีลิมิตจากส่วนกลางอีกที ทำให้สุดท้ายงานก็ยังโอเวอร์โหลดอยู่ดี”


แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันแพทย์จบใหม่ในประเทศไทยมีประมาณ 2,800-3,000 คนต่อปี ยังไม่รวมผู้ที่เรียนจบจากต่างประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โรงพยาบาลในระบบกลับรู้สึกว่ากำลัง “ได้คนลดลง”


◤ ตั้งข้อสังเกต “หมอผลิตเพิ่ม แต่หายจากระบบ”


แพทย์ผู้ให้ข้อมูลตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ผลิตแพทย์น้อย” แต่อยู่ที่ “รักษาคนไว้ในระบบไม่ได้”


โดยหลังจบอินเทิร์นปีแรก แพทย์จำนวนมากเลือกลาออกจากระบบราชการ ไปทำงานคลินิกเอกชน คลินิกความงาม หรือโรงพยาบาลในเมือง ที่ให้รายได้และคุณภาพชีวิตดีกว่า


“เด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่จบมหาวิทยาลัยเอกชน ถ้าทนระบบไม่ไหว พอได้ใบเพิ่มพูนก็ออกเลย เพราะงานหนัก ความกดดันสูง แต่ค่าตอบแทนกับคุณภาพชีวิตไม่สมดุล”


นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า โรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ใน กรุงเทพมหานคร หรือ กทม.  มีการดึงแพทย์จบใหม่ไว้ในระบบของตนเองมากขึ้น ทั้งในรูปแบบ “แพทย์พี่เลี้ยง” หรือแพทย์ประจำ ทำให้แพทย์จำนวนหนึ่งไม่ถูกส่งออกไปยังโรงพยาบาลต่างจังหวัด


“จริงๆ โรงเรียนแพทย์มีทั้งแพทย์ประจำบ้าน มีระบบสนับสนุนอยู่แล้ว แต่พอเปิดช่องดึงอินเทิร์นไว้ เด็กก็อยากอยู่ในเมือง อยู่ใกล้บ้าน ไม่มีใครอยากออกไปพื้นที่ขาดแคลน”


◤ เขตเมือง-รพ.สังกัด กทม. ถูกมองดึงกำลังคนออกจากระบบ สธ.


แพทย์คนเดิมยังสะท้อนว่า โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานในเมือง เช่น โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ มีการเปิดรับแพทย์แบบ “Fix” หรือรับอินเทิร์น 2-3 เป็นลูกจ้างเพิ่ม ซึ่งกลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญ


“เด็กสมัครเยอะมาก เพราะงานสบายกว่า เงินดีกว่า ความกดดันน้อยกว่า และอยู่ในเมืองเดินทางสะดวก สุดท้ายคนก็ออกจากระบบกระทรวงสาธารณสุข”


◤ หวั่นสตาฟลาออกเพิ่ม หลังภาระงานหนักต่อเนื่อง


แพทย์หน้างานระบุว่า แม้บางโรงพยาบาลจะยังพออยู่รอดได้จากการจ้างแพทย์เพิ่ม แต่ภาระงานจริงยังสูงมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ที่ต้องรับทั้งงานบริการ งานสอนแพทย์ และนโยบายจำนวนมากจากส่วนกลาง


“เดี๋ยวนี้แทบทุกโรงพยาบาลจังหวัดต้องทำหน้าที่กึ่งโรงเรียนแพทย์ มีนักศึกษาแพทย์เข้ามา งานสอนก็เพิ่ม แต่งานบริการก็ยังล้นเหมือนเดิม”


ตัวอย่างเช่น แผนกอายุรกรรมบางแห่งที่เคยมีแพทย์หมุนเวียน 6 คน อาจเหลือเพียง 4 คน ทำให้ภาระงานตกอยู่กับแพทย์ประจำอย่างหนัก


“ตอนนี้สตาฟหลายคนหมดแรง หมดไฟกันเยอะมาก ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป สุดท้ายระบบจะเสียสตาฟออกไปเรื่อยๆ”


◤ ตั้งคำถามระบบประเมินภาระงาน สะท้อนความจริงหรือไม่


กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูล FTE (Full Time Equivalent) เพื่อประเมินความต้องการแพทย์รายโรงพยาบาลจากจำนวนเตียง ประชากร และภาระงานจริงนั้น แพทย์ผู้ให้ข้อมูลมองว่า อาจช่วยได้บางส่วน แต่ต้องดูว่าเกณฑ์ที่ใช้ “สะท้อนความจริงหรือไม่”


“ถ้าประเมินแบบนี้มาหลายปีแล้ว และบอกว่าตัวเลขถูกต้อง ทำไมหน้างานถึงยังรู้สึกไม่เคยพอ”


พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้จำนวนแพทย์ที่ผลิตได้จะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนแพทย์ที่อยู่ในระบบบริการจริงกลับลดลง จนเกิดภาวะ “ขาลง” ของกำลังคนในโรงพยาบาลรัฐ


“ถ้าประเทศผลิตแพทย์ปีละเกือบ 3,000 คน ต่อให้มีคนออกจากระบบบางส่วน ก็ไม่ควรเหลือจัดสรรให้โรงพยาบาลได้น้อยขนาดนี้ คำถามคือ ทำไมระบบถึงรักษาคนไว้ไม่ได้”


◤ เปิดสถิติจัดสรรแพทย์ใช้ทุน สธ. ปี 2569


#เก็บตกจากวชิรวิทย์  ได้รับเอกสารประกาศรายชื่อนักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งผ่านการคัดเลือกในรอบที่ 1 และ 2 สำหรับแพทย์ในโครงการต่าง ๆ เช่น CPIRD และ ODOD


จากการตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวนทั้งหมด 1,469 ราย สามารถจำแนกสัดส่วนตามโครงการต่างๆ ได้ดังนี้


1. โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในบัญชีรายชื่อนี้ โดยคิดเป็นประมาณ 68.6% (1,008 ราย)


2. แพทย์พี่เลี้ยง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16.8% (247 ราย) 


3. แพทย์ทั่วไป (จับสลาก/พื้นที่ส่งเสริมพิเศษ) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10.3% (151 ราย) 


4. ข้าราชการลาศึกษา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4.0% (59 ราย)


5. โครงการทุนและหลักสูตรเฉพาะทางอื่นๆ เช่น โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) จำนวน 2 ราย ทุนมหาดไทย จำนวน 1 รายโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 1 ราย มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 0.3% (4 ราย)


◤ รพ.ที่ได้รับ CPIRD มากสุด-  น้อยสุด 


สามารถจำแนกโรงพยาบาลที่ได้รับแพทย์จัดสรรในสัดส่วนที่มากที่สุดและน้อยที่สุด (โดยอ้างอิงจากจำนวนที่ระบุรายโรงพยาบาลในกลุ่มโครงการ CPIRD) ได้ดังนี้ครับ


โรงพยาบาลที่ได้รับจัดสรรแพทย์ "เยอะที่สุด"

รพศ.มหาราชนครราชสีมา: ได้รับการจัดสรร 22 ราย

รพศ.สุรินทร์: ได้รับการจัดสรร 19 ราย 

รพศ.บุรีรัมย์: ได้รับการจัดสรร 17 ราย


โรงพยาบาลที่ได้รับจัดสรรแพทย์ "น้อยที่สุด"

รพท.เบตง (จังหวัดยะลา): มีการระบุจำนวนจัดสรรเพียง 1 ราย

รพท.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 (จังหวัดสุพรรณบุรี): ได้รับการจัดสรร 2 ราย 

รพท.พะเยา: ได้รับการจัดสรร 2 ราย (ในบางกลุ่มการจัดสรรร่วมกับ รพท.เชียงคำ)


◤ เขตสุภาพที่ได้รับจัดสรรแพทย์ มากสุด - น้อยสุด 


จากการวิเคราะห์รายชื่อนักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุน ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวนทั้งหมด 1,469 ราย สามารถจัดลำดับเขตสุขภาพที่ได้รับจัดสรรแพทย์จากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดได้ดังนี้ 


1. เขตสุขภาพที่ 9 มากที่สุด ประมาณ 140–150 ราย

2. เขตสุขภาพที่ 1 ประมาณ 135–145 ราย

3. เขตสุขภาพที่ 12 ประมาณ 125–135 ราย

4. เขตสุขภาพที่ 11 ประมาณ 110–120 ราย

5. เขตสุขภาพที่ 6 ประมาณ 100–110 ราย

6. เขตสุขภาพที่ 5, 7 และ 8 ใกล้เคียงกัน ประมาณ 80–95 ราย

7. เขตสุขภาพที่ 2 ประมาณ 80 ราย

8. เขตสุขภาพที่ 3 ประมาณ 65–75 ราย

9. เขตสุขภาพที่ 10 ประมาณ 60–70 ราย

10. เขตสุขภาพที่ 4 น้อยที่สุด ประมาณ 50–60 ราย


หมายเหตุ: ตัวเลขจำนวนแพทย์เป็นการประมาณการจากการรวบรวมรายชื่อตามรหัสเขตสุขภาพที่ปรากฏในเอกสาร ซึ่งรวมทั้งแพทย์โครงการปกติ แพทย์พี่เลี้ยง และกลุ่มที่รอคุณสมบัติครบถ้วน (Hold) ทั้งหมด


ตัวอย่างจำนวนแพทย์ที่ได้รับการจัดสรรลงใน รพ.ปทุมธานี เขต 4 จำนวน 2 ราย แพทย์ทั่วไป (เวชศาสตร์ครอบครัว/FM): จำนวน 1 ราย

ข้าราชการลาศึกษา: จำนวน 1 ราย (ลำดับที่ 1459) โดยรายนี้ติดหมายเหตุ (Hold) หรือคุณสมบัติยังไม่ครบถ้วน ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 


◤ แพทย์จับฉลากใช้ทุน


ขณะที่เอกสารอีกฉบับ ที่ #เก็บตกจากวชิรวิทย์  ได้รับ เป็นประกาศจัดสรรโควตา สำหรับ แพทย์ใช้ทุน ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยครอบคลุมกลุ่มแพทย์โครงการทั่วไปที่ต้องใช้วิธี จับสลาก เพื่อเลือกสถานที่ปฏิบัติงาน ข้อมูลระบุรายละเอียดของ เขตสุขภาพ และรายชื่อ โรงพยาบาลฝึกทักษะ 


จากการรวบรวมข้อมูลในประกาศโควตาสถานที่ปฏิบัติงานชดใช้ทุนสำหรับแพทย์ ประจำปี พ.ศ. 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569) สรุปโรงพยาบาลที่ได้รับการจัดสรรโควตาเยอะที่สุดและน้อยที่สุดได้ดังนี้


◤ โรงพยาบาลที่ได้รับการจัดสรรโควตามากสุด น้อยสุด 


โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี (รพศ.อุดรธานี) เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการจัดสรรโควตารวมสูงที่สุดคือ 30 โควตา

 โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์: รวม 27 โควตา

 โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น รวม 24 โควตา

โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร: รวม 24 โควตา


โรงพยาบาลที่ได้รับการจัดสรรโควตาน้อยที่สุด

มีโรงพยาบาลหลายแห่งที่ได้รับการจัดสรรโควตารวมต่ำที่สุดคือ 1 โควตา เท่านั้น ได้แก่ 

 1. โรงพยาบาลทั่วไปกำแพงเพชร (รพท.กำแพงเพชร): 1 โควตา

 2. โรงพยาบาลศูนย์พระนั่งเกล้า (รพศ.พระนั่งเกล้า): 1 โควตา

 3. โรงพยาบาลทั่วไปโพธาราม (รพท.โพธาราม): 1 โควตา

 4. โรงพยาบาลทั่วไปหัวหิน (รพท.หัวหิน): 1 โควตา

 5. โรงพยาบาลทั่วไปอรัญประเทศ (รพท.อรัญประเทศ): 1 โควตา

 6. โรงพยาบาลทั่วไปกาฬสินธุ์ (รพท.กาฬสินธุ์): 1 โควตา

 7. โรงพยาบาลทั่วไปสุไหงโก-ลก (รพท.สุไหงโก-ลก): 1 โควตา


ทั้งนี้ จำนวนโควตาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามจำนวนผู้ลงทะเบียนในวันที่เลือกพื้นที่จริง ซึ่งจะมีการประกาศอีกครั้งในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569


ท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติม หรือข้อเสนอเชิงโยบาย ส่งมาได้ที่ inbox #เก็บตกจากวชิรวิทย์  จะคัดกรองตรวจสอบ และนำเสนอเพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะ ต่อไป 


#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์ #ThaiPBS

ความคิดเห็น