วนลูป 20 ปี! ชำแหละ NGO บอร์ด สปสช. “ผูกขาด-ผันงบ” ? | เก็บตกจากวชิรวิทย์

เก็บตกเวทีชำแหละโครงสร้างอำนาจ “สปสช.” พบเครือข่าย NGO ยึดเก้าอี้บอร์ดวนลูปยาวนานกว่า 20 ปี ไร้การถ่ายโอนเลือดใหม่ แฉกลไกสลับหมวกนิตินัย กุมอำนาจโหวต



เมื่อเร็วๆ นี้ กมธ.การสาธารณสุข วุฒิสภา เสวนาในหัวข้อ บอร์ด "วน" คนเดิม รื้อระบบธรรมาภิบาล สปสช. กางหลักฐาน 20 ปี “คนเดิม-สลับหมวก” ยึดเก้าอี้บอร์ด โดย “ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช และผู้แทนเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ได้นำเสนอข้อมูลจากการรวบรวมรายงานประจำปีของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตั้งแต่ปี 2546 ถึง 2569 โดยชี้ให้เห็นว่า ระบบการเลือกและสรรหากรรมการในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีลักษณะหมุนเวียนผูกขาดในกลุ่มบุคคลเดิมๆ อย่างต่อเนื่อง


ผศ.นพ.สนั่น เปิดเผยว่า ตัวแทนองค์กรเอกชน (NGO) จำนวน 5 คน มีการดำรงตำแหน่งในบอร์ดหลักและบอร์ดควบคุมของ สปสช. รวมแล้วตั้งแต่ 14 ถึง 20 ปี หรือคิดเป็น 4 ถึง 6 วาระนับตั้งแต่ก่อตั้ง สปสช. บางรายอยู่นานต่อเนื่องจนเกือบครบระยะเวลา 24 ปีของการมีกฎหมายฉบับนี้


นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ “สลับหมวก” ดำรงตำแหน่ง โดยกรรมการบางรายเข้ามาในฐานะตัวแทน NGO แต่ระหว่างวาระกลับถูกโยกย้ายไปเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ” แล้วดึงตัวแทน NGO จากเครือข่ายเดียวกันเข้ามาเสียบแทน รวมถึงการเปลี่ยนชื่อองค์กรต้นสังกัดแต่ยังคงเป็นบุคคลเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง


“แม้กระบวนการดังกล่าวจะอาศัยช่องว่างทางกฎหมายจนดูเหมือนไม่ผิดระเบียบ แต่ในทางธรรมาภิบาลถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก การที่บุคคลเดิมวนเวียนอยู่ในตำแหน่งนานกว่า 20 ปี ขัดต่อหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่ต้องการมุมมองใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาองค์กร” ผศ.นพ.สนั่น กล่าว


◤ ชี้ ครม. ถูกมัดมือชก สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิไม่ยึดโยงประชาชน


ผศ.นพ.สนั่น กล่าวต่อถึงกระบวนการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่า แม้ตามกฎหมายจะระบุให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้แต่งตั้ง แต่แท้จริงแล้ว ครม. ทำหน้าที่เพียงอนุมัติรายชื่อตามที่กรรมการชุดแรก ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนหน่วยงาน, ท้องถิ่น, วิชาชีพ และ NGO เป็นผู้ลงคะแนนคัดเลือกมาให้อีกที หากกลุ่ม NGO สามารถครอบงำ (Dominate) บรรยากาศและการลงมติในที่ประชุมได้ ก็เท่ากับเป็นผู้กำหนดตัวกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาเองทั้งหมด


นอกจากนี้ กฎหมายระบุชัดเจนว่ากลุ่มดังกล่าวเป็น “ตัวแทนองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร” ไม่ใช่ “ตัวแทนประชาชน” อย่างที่สังคมเข้าใจ จึงตั้งคำถามถึงความยึดโยงกับประชาชนที่แท้จริง และการใช้อำนาจของประธานในที่ประชุมกลุ่มย่อยที่มีลักษณะเบ็ดเสร็จ จนเคยทำให้เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ฯ ต้องออกหนังสือคัดค้านมติการลดจ่ายเงินชดเชยค่าบริการกทม. มาแล้ว


◤ แฉงบวัคซีนเด็ก 225 ล้าน ปมขัดแย้งทางผลประโยชน์


ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณ ผศ.นพ.สนั่น ยกตัวอย่างกรณีวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส (PCV) สำหรับเด็กเล็ก ซึ่งกุมารแพทย์รวมถึงผลงานวิจัยย้ำชัดถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ แต่กลับมีตัวแทน NGO บางส่วนออกมาให้ข้อมูลคัดค้านต่อสาธารณะว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่ไม่คุ้มค่า


ที่น่าจับตาคือ งบประมาณสำหรับการจัดซื้อวัคซีน PCV จำนวน 225 ล้านบาทที่เคยถูกกันไว้นั้น หากบอร์ดมีมติไม่นำไปใช้กับวัคซีนดังกล่าว เงินก้อนนี้จะถูกโยกไปใช้ในโครงการอื่นตามมติบอร์ด ซึ่งหากนำไปจัดสรรให้กับโครงการหรือสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเครือข่ายของตนเอง ก็จะนำไปสู่คำถามเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ Conflict of Interest ทันที


◤ สว. ลั่นไม่ถอยรื้อ พ.ร.บ. สปสช. ล้างระบบอำนาจเบ็ดเสร็จ


แหล่งข่าวในกรรมาธิการการสาธารณสุข ระบุว่า ที่ผ่านมาการตรวจสอบ สปสช. ทำได้ยากลำบาก แม้เชิญผู้บริหารระดับสูงมาชี้แจงก็มักส่งตัวแทนมา จนกระทั่งวุฒิสภาต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ออกหมายเรียกเลขาธิการ สปสช. เข้ามาชี้แจงด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม คำตอบส่วนใหญ่มักถูกโยนกลับมาว่าเป็น "มติของบอร์ด"


“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายประจำ แต่อยู่ที่ตัวบอร์ด สปสช. แม้กรรมการทุกท่านจะมีประสบการณ์สูงเพราะอยู่นาน แต่องค์กรระดับชาติไม่ควรมีใครครองตำแหน่งยาวนานขนาดนี้ ขนาดนายกรัฐมนตรียังจำกัดไว้ไม่เกิน 8 ปี หรือ สว. ก็เป็นได้แค่วาระเดียว การปล่อยให้บอร์ด สปสช. วนเวียนอยู่นาน 4–5 วาระ ถือว่าผิดหลักธรรมาภิบาลอย่างสิ้นเชิง”


วุฒิสภาพูดคุยกันชัดเจนแล้วว่าจะไม่ถอย และถึงเวลาที่จะต้องทบทวนโครงสร้าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเฉพาะสัดส่วนและกระบวนการสรรหาบอร์ด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ระบบสาธารณสุข และป้องกันไม่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จสร้างความเสียหายต่อประโยชน์ของประชาชนตามหลักการ Absolute power corrupts absolutely อำนาจเบ็ดเสร็จย่อมนำไปสู่การทุจริตเบ็ดเสร็จ ต่อไป.


#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #นักข่าวสาธารณสุข 

ความคิดเห็น