“วชิรวิทย์” คว้ารางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชน ปี 2567 | เก็บตกจากวชิรวิทย์
จากผลงาน “สาธารณสุข พื้นที่มนุษยธรรม” ลงพื้นที่ติดตามภารกิจทีมบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ท่าสองยาง จ.ตาก เข้าให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้คนในพื้นที่ จ.พะอัน รัฐกะเหรี่ยง ฝั่งเมียนมา
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 68 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ปี 2567 สำหรับรางวัลประเภทข่าวหรือสารคดีเชิงข่าว สื่อโทรทัศน์ ปีนี้มีผลงานเข้าชิงทั้งหมด 5 ผลงานจาก 4 สถานีโทรทัศน์ คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มีผลงานใดที่เหมาะสมจะได้รับรางวัลดีเด่น จึงตัดสินใจมอบรางวัลชมเชยให้กับทั้ง 5 ผลงานแทน
รางวัลชมเชยรางวัลแรก “D-Day 25 มีนาคมนี้ ไทย Kick-Off ระเบียงมนุษยธรรม” โดย The Active ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทย PBS ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการช่วยเหลือเด็กอพยพจากภัยสงคราม ผู้สื่อข่าว วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย และทีมงาน
📌 ชมลิ้งค์ข่าวที่ ได้รางวัลที่นี่
คณะกรรมการ เห็นว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนไม่ใช่แค่ข่าวด้านลบ แต่สามารถนำเสนอในมุมบวกได้ โดยเน้นให้เห็นถึงความพยายามของบุคคลและองค์กรที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ตามแนวชายแดน ที่ไม่ได้เผชิญเพียงแค่สงคราม แต่ยังมีเรื่องราวของการช่วยเหลือผู้คนตัวเล็กตัวน้อยที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย
เฌอเอม ชญาธนุส มิสแกรนด์ขอนแก่น 2025 และนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ได้ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล กล่าวว่า “ดิฉันขอเป็นตัวแทนของผู้ประสบภัยและผู้สูญเสียจากสงครามครั้งนี้ กล่าวขอบคุณ The Active ที่นำเสนอข่าวตามความเป็นจริงและมีคุณภาพ ดิฉันเชื่อว่าสื่อมวลชนไม่ได้มีหน้าที่เพียงเสนอข่าวที่ผู้คนอยากดู แต่ควรนำเสนอข่าวที่สังคมจำเป็นต้องรับรู้ เพราะสื่อมวลชนต้องทำงานเพื่อมวลชน
สงครามครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่ประชาชนเมียนมา แต่ยังเป็นบททดสอบต่อความเป็นมนุษย์ของเรา แม้สงครามจะไม่ได้เกิดในประเทศเราโดยตรง แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาคมโลก จะเลือกทอดทิ้งพวกเขาหรือไม่ ขอบคุณค่ะ”
ด้าน วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส กล่าวว่า “ได้ลงไปในพื้นที่ ได้คุยกับเด็กๆในค่ายอพยพตรงนั้น พวกเขาพูดภาษาอังกฤษเก่งกว่าผมอีกครับ ผมเนี่ยภาษาอังกฤษได้นิดเดียว มันทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าเขาได้มีโอกาส... ถ้ามันไม่มีสงครามเกิดขึ้นในประเทศตรงนั้น เขาจะไปได้ฉิวเลย
การที่ทีมข่าวได้รับรางวัลนี้ก็อยากจะพูดผ่านตรงนี้ไปยังบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ตามแนวชายแดนทุกท่านว่า สิ่งที่ท่านได้ใช้พื้นที่ของไทยพีบีเอส ในการนำเสนอมันทำให้คนเห็นแล้วครับว่า สิ่งที่ท่านทำนั้นมาถูกทาง ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างอย่างมาก กระแสดราม่า เด็กต่างชาติ คนต่างด้าว ไปช่วยเขาทำไม ยังไง
คุณหมอออกมาพูดนี่ มีน้ำหนักมาก ทำให้สังคมเรา เข้าใจพวกเขามากขึ้น และย้ำว่าในฐานะสื่อสาธารณะเราคงต้องยืนอยู่ตรงนี้บนหลักนี้ ทำหน้าที่เพื่อทำความเข้าใจต่อสังคมต่อไป ว่าอย่าเพิ่งทอดทิ้งพวกเขา ช่วยพวกเขาต่อไป พวกเขาไม่ได้อยากเป็นภาระ อันที่จริง พวกเขาเองก็มีศักยภาพ ก็คงต้องช่วยกันต่อไปครับ”




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น