อายุ 30 แล้วยังไงต่อ | เก็บตกจากวชิรวิทย์
18 พฤษภาคม 2566
ย้อนกลับไปวันนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว และย้อนไปอีกเดือน สองเดือนก่อนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2536 ย่ากับยาย อากงกับป๊า พาแม่ไปทอดผ้าป่าถึง 20 วัดทั่วจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นความทรงจำที่ยังชัดเจนของผู้อาวุโสในครอบครัวเมื่อวันนี้เวียนมาถึงในทุกปี ยายจะโทรมาเล่าให้ฟัง
“ถ้าปีนี้เราอายุ 30 พวกเขาจะอายุเท่าไหร่” เราไม่เด็กแล้วจริงๆ แต่ความทรงจำเหล่านั้นแม้ผ่านมา 30 ปี เหตุการณ์เหมือนเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน นั่นหมายความว่าเรายังเป็นเด็กในการรับรู้ของปู่ย่าตายายอยู่เสมอ
บ่ายวันที่ 18 พฤษภาคม เมื่อ 30 ปีก่อน นายแพทย์ธเนศ แพทย์สูตินารีประจำโรงพยาบาลสระบุรี เป็นผู้กำหนดวันผ่าคลอด หลังจากแม่แพ้ท้องอย่างหนักและต้องแอทมิดในโรงพยาบาล ช่วง 3-4 เดือนก่อนที่จะถึงวันคลอด จำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด การเกิดมาในวันอังคารที่ 18 พฤษภาคมช่วงบ่าย ไม่ใช่ฤกษ์ยาม แต่หมอเป็นคนกำหนด และเป็นไปตามคิวของห้องผ่าคลอดของโรงพยาบาล
แต่จากหลักฐานทางโหราศาสตร์ที่ย่าได้ตัดเอาบทความของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันที่ 19 พฤษภาคมปี 2536 ซึ่งทำนายดวงชะตาของเด็กที่เกิดวันที่ 18 พฤษภาคมในปีนั้นย้อนหลังระบุว่า “จะเป็นคนที่โชคดีเป็นพิเศษ”
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเราเป็นคนที่โชคดีเป็นพิเศษจริงหรือ? พิจารณาจากหลายเหตุการณ์ที่เอาตัวรอดมาได้ คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ และเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้ย่อมจะต้องมีความโชคดีติดตัวมาอยู่บ้าง
ความโชคดีเป็นเรื่องของโชคชะตา, อาจเป็นคำอธิบายที่ฟังดูคุ้นหูถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน แต่ 30 ปีต่อมา วันนี้คำอธิบายความโชคดีของคนอาจเป็นเรื่องของต้นทุนทางสังคมและครอบครัว จะดูเป็นคำอธิบายที่มีที่มาที่ไป ที่สมเหตุสมผลมากกว่า
น่าแปลกที่เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่เกิดเหตุการณ์ ทางการเมืองหลายครั้งพฤษภาคมเมื่อปี 2535 ต่อเนื่องมาถึงปี 2536 ประเทศไทยก็อยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 30 ปีต่อมาการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม ปี 2566 คนไทยพร้อมใจกันเปลี่ยน ประเทศด้วยการเลือกพรรคการเมืองหัวก้าวหน้า พลิกการเมืองไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือ กับนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม บริบทความนึกคิดของผู้คนที่มีพลวัตอยู่ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราไม่มากก็น้อยเช่นกัน
ณ วันที่เกิดเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และวันนี้ที่เรามีชีวิตและหายใจอยู่ บริบทสังคมต่างกันอย่างสิ้นเชิง และทุกอย่างคงจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วต่อไป แม้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน บางอย่างที่ไม่เคย เห็นก็ได้เห็นจริงๆ
เมื่อถึงวันเกิดที่อายุ 30 ไม่รู้จะบอกอะไรกับตัวเอง ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง เพราะคนอายุ 30 สังคมจะคาดหวังให้เราเป็นแบบไหนหรือเปล่า ซึ่งลึกๆแล้วเชื่อว่าในห้วงระยะเวลา 10 ปีจากนี้กับตัวเลขอายุที่นำหน้าด้วยเลข 3 จะต้องเจออะไรอีกมาก ที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ดังนั้นเจตนารมณ์ที่จะใช้ชีวิตน้อยแต่มาก น่าจะลดความซับซ้อนของเหตุการณ์ในอนาคต ให้เดินทางไปอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องโลดโผน ไม่ต้องตื่นเต้น ให้ทุกๆวันเป็นเพียงแค่วันธรรมดาวันหนึ่งก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงกับเป็นวันที่โชคดีก็ได้ .





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น