เจาะลึก มติบอร์ด สปสช.พลิกจาก “นำร่อง” เป็นฉีดวัคซีน PCV “ทั่วประเทศ”

  • 3 มี.ค. 2569  บอร์ด สปช. มีมติฉีดวัคซีน PCV ฟรี “ทั่วประเทศ” สำหรับเด็กอายุ 2, 4 และ 12 เดือ
  • ภายใน 1 เดือนหลังมติ  ดำเนินการจัดซื้อวัคซีน จากงบ 225 ล้านบาท เพียงพอฉีดเด็กทั้งประเทศ หลังราคาลดเหลือเข็มละร้อยกว่าบาท
  • ภายใน 15 วันหลังได้วัคซีน  ระบบของ กรมควบคุมโรค พร้อมกระจายและเริ่มฉีดทันที เป้าหมายลดป่วยหนัก–เสียชีวิตที่ปัจจุบันยังเกิดปีละ 180–250 คน



เด็กที่กำลังจะเกิดในประเทศไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาจเรียกได้ว่าโชคดีกว่ารุ่นพี่ที่เกิดก่อนหน้า เพราะเมื่ออายุครบ 2 เดือน 4 เดือน และ 1 ขวบ จะได้รับวัคซีน PCV ที่ช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัสโดยไม่มีค่าใช้จ่าย


เบื้องหลังวัคซีนเข็มเล็กๆ นั้น มีการต่อสู้ในห้องประชุมบอร์ด สปสช. อย่างดุเดือด มีข้อมูลที่สะสมมาหลายสิบปี มีเสียงของแพทย์ นักวิชาการ และผู้ปกครอง และที่สำคัญที่สุดคือมีความเจ็บปวดของครอบครัวที่เคยสูญเสียลูกน้อยไปจากโรคที่ป้องกันได้ คอยเตือนสติให้ระบบสาธารณสุขเดินหน้าต่อไป 


เพราะในที่สุด มติบอร์ด สปสช. วันที่ 3 มี.ค. 69 ก็ทบทวนมติเดิมของวันที่ 2 ก.พ. 2569 จากที่ให้เพียงการ “นำร่อง” ฉีดวัคซีน PCV เป็นฉีดทั้งประเทศแล้ว ซึ่งในการประชุมวันนั้น นายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้มีโอกาสนำเสนอข้อมูลที่ทำให้ทุกคนในห้องประชุมต้องหยุดคิด


ในแต่ละปี มีเด็กอายุ 0–5 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบถึงประมาณ 100,000 ราย ในจำนวนนี้ราว 30,000–40,000 ราย อาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล และจากข้อมูลเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ พบว่าในกลุ่มเด็กที่ปอดอักเสบรุนแรงนั้น มีสัดส่วนที่ติดเชื้อนิวโมคอคคัสถึง 15–24% หรือราว 6,000–7,000 รายต่อปี




แต่ตัวเลขที่เจ็บปวดกว่าคือ ในจำนวนนั้น มีเด็กราว 1,500–1,900 ราย ที่ติดเชื้อในกระแสเลือด มีราว 160–180 ราย ที่เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และที่โหดร้ายที่สุดคือ ทุกปีมีเด็กไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 180–250 ราย



นพ.วิชาญยังชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขเหล่านี้เปรียบเสมือน “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” เท่านั้น เพราะยังมีเด็กอีกกว่า 20,000 ราย ที่ป่วยปอดอักเสบแต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และยังมีโรคหูชั้นกลางอักเสบจากเชื้อตัวเดียวกันนี้อีกกว่า 150,000 ราย ที่คอยดึงเด็กออกจากโรงเรียนและทำลายพัฒนาการการได้ยินทีละน้อย


ระบบเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคที่พัฒนามาต่อเนื่องกว่า 50 ปี บวกกับระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ยืนยันว่าความเสี่ยงนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่บางพื้นที่ แต่กระจายครอบคลุมเกือบทุกจังหวัด โดยมีเพียงนครนายกและอำนาจเจริญเท่านั้นที่อัตราป่วยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงยังคงพบได้ทุกภูมิภาค





เส้นทางอันยาวนานสู่ความเป็นธรรม


วัคซีน PCV ไม่ใช่ของใหม่ในวงการแพทย์ แต่มีอยู่มาแล้วนานหลายปี และพ่อแม่ที่มีกำลังทรัพย์ก็สามารถพาลูกไปฉีดได้ที่โรงพยาบาลเอกชนในราคาหลักพันบาทต่อเข็ม แต่อีกหลายครอบครัวที่พึ่งพาบัตรทอง ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ วัคซีนนี้ยังคงเป็นฝันที่เอื้อมไม่ถึง


ความเหลื่อมล้ำนี้ฝังลึกอยู่ในระบบมาช้านาน แม้กระทั่งในการประชุมบอร์ด สปสช. ก่อนหน้า ก็มีมติให้ฉีดแบบ “นำร่อง” ในจังหวัดหรือเขตสุขภาพที่มีอัตราป่วยสูงก่อนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเด็กในจังหวัดที่ถูกคิดว่า “ป่วยน้อยกว่า” จะต้องรอหรือถูกตัดออกจากสิทธิ์นี้ไป

แต่วันนี้ สิ่งกำลังจะเปลี่ยน


การอภิปรายในที่ประชุมบอร์ด สปสช.​เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 69 เข้มข้นและหลากหลาย สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการตัดสินใจนโยบายสาธารณสุขที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างวิทยาศาสตร์ งบประมาณ ความเป็นธรรม และกระบวนการ


บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค ยืนยันว่าเห็นด้วยกับการให้เด็กได้รับวัคซีน แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ถาวรควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ชัดเจน เธอเสนอให้ฉีดได้ก่อน เพื่อเก็บข้อมูลผลลัพธ์ แล้วค่อยพิจารณาเป็นสิทธิประโยชน์ถาวรในภายหลัง โดยย้ำว่าการตัดสินใจควรตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่แรงกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี จากแพทยสภา ไม่ลังเล เขาชี้ว่าโรคนี้เป็นสาเหตุสำคัญของปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อรุนแรงในเด็ก และแม้จะมียาปฏิชีวนะที่ดีเพียงใด เด็กบางรายก็ยังเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นเมื่อราคาวัคซีนลดลงมากแล้ว ก็ควรเร่งดำเนินการโดยไม่รอช้า


ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน เสริมจากประสบการณ์ตรงในฐานะกุมารแพทย์ที่ทำงานในพื้นที่มาหลายปีว่า เชื้อนิวโมคอคคัสคือสาเหตุสำคัญของโรคปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กที่เขาพบมาตลอด และที่ดูเหมือนบางจังหวัดมีอัตราป่วยต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดด้านการตรวจยืนยันเชื้อที่ต้องเพาะอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะโรคไม่มี


ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนออย่างรอบคอบด้วยการเสนอสองทางเลือก ทั้งโหวตให้เป็นสิทธิประโยชน์ทันที หรือใช้กรอบมติเดิมแต่ปรับให้ฉีดทั่วประเทศ เพราะข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาชี้ตรงกันว่าวัคซีน PCV นั้นคุ้มค่าในการลงทุน


นิมิตร์ เทียนอุดม จากมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ สนับสนุนอย่างชัดเจนว่าเด็กไทยทุกคนควรได้รับวัคซีน และยังเสนอให้เจรจาราคาลดลงอีกเพื่อเปิดทางให้วัคซีนนี้เข้าสู่ชุดวัคซีนพื้นฐานของประเทศในอนาคต


ปัจจัยพลิกเกม ราคาที่เปลี่ยนไป


หนึ่งในปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนทิศคือผลการสืบราคาวัคซีนล่าสุด ซึ่งพบว่าราคาลดลงมาอยู่ที่ “เข็มละประมาณร้อยกว่าบาท” เทียบกับราคาตลาดปกติที่เคยสูงกว่านี้มาก


นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพพบว่าอัตราส่วนอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงผลทางอ้อมของภูมิคุ้มกันหมู่ที่ช่วยลดการแพร่เชื้อในประชากร ยิ่งไปกว่านั้น ต้นทุนการให้วัคซีนยังต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับหลักการสากลที่ว่า “การป้องกันดีกว่าการรักษา”


งบประมาณ 225 ล้านบาทที่ตั้งไว้สำหรับปีงบประมาณ 2569 เมื่อประกอบกับราคาวัคซีนที่ลดลง ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ยืนยันได้ว่า “งบ 225 ล้านบาทเพียงพอ สามารถฉีดให้เด็กทุกคนในประเทศได้”


Timeline ถัดไป จัดซื้อ 1 เดือน ฉีดได้ใน 15 วัน


หลังที่ประชุม สปสช. เห็นชอบให้ฉีดวัคซีน PCV แก่เด็กไทยทุกคนที่อายุ 2, 4 และ 12 เดือน ทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่นำร่องอีกต่อไป ภายใต้วงเงินไม่เกิน 225 ล้านบาท จากงบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค พร้อมกับมอบหมายให้จัดหาวัคซีนที่ครอบคลุมสายพันธุ์ก่อโรคไม่น้อยกว่า 10 สายพันธุ์ และให้เตรียมงบประมาณต่อเนื่องสำหรับปีถัดไป


กระบวนการจัดซื้อจะดำเนินการผ่านโรงพยาบาลราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม (GPO) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน (นับจากวันที่ 2 มี.ค.) ส่วนกรมควบคุมโรคยืนยันว่าระบบกระจายวัคซีนและบุคลากรพร้อมดำเนินการควบคู่กันได้ภายใน 15 วัน


“เมื่อมีวัคซีน ก็ฉีดได้เลย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าว 


สำหรับการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ถาวรในระบบบัตรทองนั้น บอร์ดมีมติให้เสนอเข้าสู่คณะอนุกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคก่อน แล้วนำกลับมาพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปวันที่ 1 เม.ย. 69 ซึ่งคาดว่าจะมีมติเป็นทางการ 


แม้มติจะออกมาในทิศทางที่ดี แต่ยังปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้คือปริมาณวัคซีนในตลาดโลก เนื่องจากการจัดซื้อครั้งนี้ไม่ได้มีการสั่งล่วงหน้า จึงต้องรอความพร้อมจากบริษัทผู้ผลิต 


รมว.สธ.ยอมรับว่า “ความพร้อมด้านการจัดซื้อและการฉีดมีครบ 100% เหลือเพียงเรื่องปริมาณวัคซีนที่จะส่งมอบได้มากน้อยแค่ไหน”


นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่กรรมการบางส่วนตั้งข้อสังเกตอย่างสมเหตุสมผลว่า การพิจารณาราคาไม่ควรดูเฉพาะความถูก แต่ต้องประเมินคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต และเงื่อนไขการจัดซื้อประกอบด้วย เพื่อให้กระบวนการโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก


อีกหนึ่งความท้าทายที่น่ากังวลในระยะยาวคือปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ รศ.พิเศษ แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในเด็กชี้ว่า เชื้อ S. pneumoniae ในไทยมีอัตราดื้อยาต่อเพนิซิลลินและยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลสำคัญอีกข้อที่ทำให้การป้องกันด้วยวัคซีนมีความสำคัญยิ่งกว่าการรักษา เพราะหากเชื้อดื้อยามากขึ้น ตัวเลือกในการรักษาก็จะยิ่งลดลง



ภัยเงียบที่อยู่ในลมหายใจ


ทำความรู้จัก Streptococcus pneumoniae หรือเชื้อนิวโมคอคคัส คือแบคทีเรียที่แฝงตัวอยู่ในโพรงจมูกและลำคอของมนุษย์โดยไม่แสดงอาการ มันแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอและจามได้ง่ายดาย คล้ายกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เราคุ้นเคย และในเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังอ่อนแอ เชื้อตัวนี้สามารถแปลงร่างจากผู้อาศัยที่เงียบงัน กลายเป็นนักฆ่าที่โหดเหี้ยมได้ในเวลาอันสั้น


นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี อธิบายว่าโรคนี้แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ รูปแบบแรกที่ไม่รุกรานจะก่อโรคเฉพาะบริเวณเยื่อบุผิว เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และปอดบวมระดับไม่รุนแรง แต่รูปแบบที่สองซึ่งเรียกว่า Invasive Pneumococcal Disease หรือ IPD นั้นน่าเกรงขาม เชื้อทะลุผ่านเยื่อบุผิวเข้าสู่กระแสเลือดและระบบประสาทส่วนกลาง นำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ


สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ แม้จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพ เด็กบางรายยังเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น และในผู้รอดชีวิต ความเสียหายต่อระบบประสาทอาจถาวร ทั้งความบกพร่องทางสติปัญญา การสูญเสียการได้ยิน และความพิการทางกาย คือราคาที่เด็กบางคนต้องจ่ายไปตลอดชีวิต

ความคิดเห็น