‘กัญชา–ชายแดนไทย กัมพูชา’ บททดสอบใหญ่ หากอนุทินนั่งเก้าอี้นายกฯ | เก็บตกจากวชิรวิทย์
แม้ยังต้องรอ “พรรคประชาชน” เคาะว่าจะโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ จากกระแสข่าวว่าอาจจะเลือก “อนุทิน“ แต่มาปฏิเสธภายหลัง ขณะที่ ”พรรคเพื่อไทย“ จ่อจะยุบสภา ยุบได้หรือไม่ แต่นาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าชื่อของ “อนุทิน” ภูมิใจไทย ถูกจับตาว่ามีโอกาสจะได้เป็นนายกฯ
หาก อนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจริง คำถามสำคัญที่สังคมไทยต้องจับตา คือ เขาจะบริหารจัดการอย่างไร กับสองโจทย์ใหญ่… นโยบายกัญชา และ ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา
ย้อนกลับไปที่นโยบายกัญชา เรือธงของพรรคภูมิใจไทย อนุทินเคยผลักดันจนปลดล็อกจากบัญชียาเสพติดได้สำเร็จ ในยุคที่คุมกระทรวงสาธารณสุข แต่เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือไปอยู่ในกำกับของพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ สมศักดิ์ เทพสุทิน กัญชาก็ถูกนำกลับเข้าสู่กรอบกฎหมาย สิ้นสุด “ยุคเสรี” ท่ามกลางแรงกระเพื่อมจากการเมืองในสภา และกรณีคลิปเสียงที่นำไปสู่การถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย
กฎกระทรวงใหม่กำลังรอ ครม. เห็นชอบ หากผ่าน จะเป็นการ “รีเซ็ตระบบ” การใช้กัญชา ทั้งการโซนนิ่งร้านค้า บังคับให้มีแพทย์หรือบุคลากรวิชาชีพประจำร้าน และการซื้อช่อดอก ที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์เท่านั้น
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ว่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่สมศักดิ์ เลือกมากับมือ เปิดเผยถึงทิศทางนโยบายกัญชาในอนาคต แม้สถานการณ์การเมืองอาจเปลี่ยนขั้ว แต่เชื่อทุกพรรคการเมืองยังคงมีเจตนารมณ์ที่จะผลักดันการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ขณะที่ร้านกัญชากว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศ กำลังรอคำตอบเรื่องใบอนุญาตสิ้นปีนี้ ซึ่งหากอนุทินได้เป็นนายกฯ แนวทางคุมเข้มอาจ “พลิกกลับ” ไปในทิศทางเดิมที่พรรคภูมิใจไทยเคยขับเคลื่อน
อีกด้านหนึ่ง คือ ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ที่กลายเป็นโจทย์การเมืองร้อนในยุครัฐบาลเพื่อไทย กรณีคลิปเสียงระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร และ สมเด็จฮุนเซน ถูกมองว่าเป็นจุดเปราะบางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจถอนตัวร่วมรัฐบาล
กระแสชาตินิยมและบทบาทกองทัพ ทำให้รัฐบาลเพื่อไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พรรคภูมิใจไทยในฐานะฝ่ายค้าน เรียกร้องให้ยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ว่าด้วยเขตแดนและผลประโยชน์มหาศาลจากพลังงานในอ่าวไทยทั้งสองฉบับทันที
แต่หลายฝ่ายก็เตือนว่า การยกเลิก MOU โดยไร้แผนรองรับ อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนปะทุซ้ำ ขณะเดียวกัน หากปล่อยไว้เฉย ๆ ก็เสี่ยงถูกวิจารณ์ว่า ละเลยอธิปไตยของชาติ
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของอนุทิน หากขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องหาสมดุลระหว่าง ความชอบธรรมทางการเมือง และ เสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ทั้งสองสมรภูมิ… กัญชา และ ชายแดนไทยกัมพูชา จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญ ว่าอนุทิน ที่ประกาศว่าจะอยู่เพียง 4 เดือนก่อนยุบสภาตามเงื่อนไขพรรคประชาชน จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่รักษาสมดุลระหว่าง ผลประโยชน์ของชาติ และ ความต้องการของประชาชน ได้จริงหรือไม่
⚠️เผยแพร่ ณ เวลา 18:20 น. วันที่ 2 ก.ย. 2568
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น