ภาคใต้ 'อิ่มตัว' ภาคอีสาน 'ขาดแคลน' เบื้องหลังนโยบายกระจายแพทย์ปี 2568 | เก็บตกจากวชิรวิทย์
ภาคใต้ไร้โควตาจับสลากแพทย์ใช้ทุน 2568 สะท้อนความสำเร็จของโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชนบท หรือ CPIRD ในภาคใต้ แต่ก็เปิดคำถามใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างการจัดสรรแพทย์ในอนาคต เมื่อใครๆ ก็อยากทำงานใกล้บ้าน
การประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขว่า “ไม่มีโควตาแพทย์จับสลากใช้ทุนในภาคใต้ เขตสุขภาพที่ 12” ในปี 2568 กลายเป็นประเด็นที่จุดกระแสคำถามในหมู่แพทย์จบใหม่และสังคมในวงกว้าง ถึงทิศทางของนโยบายกระจายแพทย์ทั่วประเทศ รวมถึงการให้สิทธิเลือกสถานที่ทำงานของแพทย์ใช้ทุน ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อกำลังคนในพื้นที่ และแรงจูงใจของบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่
คำชี้แจงของ นพ.ภูวเดช สุระโคตร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 12 ไม่มีโควตาเพราะมีแพทย์จากโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) ครบแล้ว โดยแพทย์กลุ่มนี้มีอัตราคงอยู่ในระบบสูงถึง 94-95% และมีการลาออกน้อย จึงถือเป็นพื้นที่ที่ “เพียงพอ” ต่อการให้บริการ และไม่จำเป็นต้องรับเพิ่มจากระบบจับสลากของแพทย์ทั่วไป (กลุ่ม กสพท.)
แต่อีกด้านหนึ่ง กลับมีเสียงสะท้อนจากแพทย์จบใหม่ในปีนี้ว่า “ภาคใต้ไม่มีโควตาเลยแม้แต่ที่เดียว” และบางรายที่เป็นคนใต้ ต้องจำใจเลือกไปทำงานในพื้นที่ภาคอีสานแทน เพราะไม่มีทางเลือก
◤ CPIRD เครื่องมือกระจายแพทย์ชนบท-ลดการลาออก
โครงการ CPIRD ถูกวางบทบาทให้เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหาแพทย์ขาดแคลนในชนบท โดยรับเด็กจากภูมิลำเนามาเรียนแพทย์ และส่งกลับไปทำงานในพื้นที่นั้น ซึ่งในภาคใต้ถือว่าดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลศูนย์-ทั่วไปหลายแห่งกลายเป็นศูนย์การเรียนแพทย์ชั้นคลินิก ส่งผลให้มีแพทย์ CPIRD จำนวนมาก
ตัวเลขที่ นพ.ภูวเดช ยกมา คือ แพทย์ CPIRD คิดเป็น 70-80% ของแพทย์ในภาคใต้ และมีอัตราคงอยู่ในระบบถึง 94-95% นี่คือความสำเร็จในแง่ของ “Retention Rate” หรืออัตราการคงอยู่
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้กลับส่งผลให้แพทย์จากโครงการ กสพท. ซึ่งไม่ได้เรียนผ่าน CPIRD หมดสิทธิ์กลับภูมิลำเนา เพราะไม่มี “ช่องว่าง” ให้เลือกจับสลากไปยังพื้นที่ภาคใต้
◤ แพทย์จบใหม่ กับโอกาสเลือก “กลับบ้าน” ที่หายไป
การไม่มีโควตาในเขตสุขภาพที่ 12 ส่งผลให้แพทย์จบใหม่ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในภาคใต้ ไม่มีทางเลือกที่จะ “กลับบ้าน” ได้เลยในปี 2568 ทั้งที่บางรายก็หวังจะกลับไปดูแลพ่อแม่สูงวัย หรือรับภาระในครอบครัว
หนึ่งในเสียงสะท้อนจากแพทย์ใช้ทุนระบุว่า “อยากให้ค่อยๆ ลด ไม่ใช่หายไปทั้งเขต” เพราะไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาการลาออกในภาคอีสาน แต่ควรคำนึงถึงสิทธิของแพทย์ในการเลือกด้วย
การไม่มีตัวเลือกในระบบการจับสลาก กลายเป็นความรู้สึก “ถูกบีบบังคับ” ในอาชีพที่หนักหน่วงอยู่แล้วในปีแรกของการทำงาน
◤ ปรับโควตาปี 2568 บริหาร “ตามปัญหา” หรือ “ตามระบบ”?
ในปี 2568 การเปลี่ยนแปลงโควตาการจับสลากใช้ทุนมีความชัดเจนว่ารัฐต้องการเน้นการกระจายแพทย์ไปยังภาคอีสาน
• เขตสุขภาพที่ 10 (อุบลราชธานี ฯลฯ) เพิ่มจาก 139 ที่ เป็น 168 ที่
• เขตสุขภาพที่ 7 (ขอนแก่น ฯลฯ) เพิ่มจาก 36 ที่ เป็น 49 ที่
• เขตสุขภาพที่ 8 (มี จ.บึงกาฬ ซึ่งมีปัญหาแพทย์ลาออก) แม้จำนวนรวมลดลงเล็กน้อย แต่เพิ่มจำนวนใน จ.บึงกาฬ
ในขณะที่ เขตสุขภาพที่ 12 (ภาคใต้ตอนล่าง) ลดจาก 6 ที่ เหลือ 0 ที่
เขตสุขภาพที่ 6 (ชลบุรี ฯลฯ) ลดลงถึง 60.42%
แน่นอนว่า การจัดสรรนี้เกิดจากข้อมูล “กำลังคนที่มีอยู่” เป็นหลัก และมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาลาออกซ้ำซากในพื้นที่ภาคอีสาน
แต่คำถามคือ การบริหารแบบนี้ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ “แรงจูงใจ” ของแพทย์ใหม่พอหรือยัง? หรือเป็นเพียงการบริหารแบบตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น?
ระบบ CPIRD อาจลดปัญหา “แพทย์ลาออกปีแรก” ได้ในพื้นที่ที่มีคนท้องถิ่นกลับมาทำงาน แต่หากการตัดสิทธิ์เลือกของแพทย์นอกโครงการ กลายเป็นแรงกดดันใหม่ ความเสี่ยงในการลาออกอาจไม่ได้ลดลงในระยะยาว
“ถ้าไม่ลาออกปีแรก ก็อาจลาออกปีสอง” แพทย์ใช้ทุนคนหนึ่งกล่าวในเชิงเตือนว่า การตัดโอกาสตั้งแต่ต้น อาจกลายเป็นแรงสะสมที่ผลักให้แพทย์ย้ายออกในที่สุด
อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า การไม่มีโควตาแม้แต่ “โรงพยาบาลเดียว” ในเขตสุขภาพหนึ่ง ๆ อาจทำให้เกิดความรู้สึก “ถูกลืม” และส่งผลต่อแรงจูงใจในวิชาชีพของแพทย์ใหม่ในภาพรวม
ทว่า นพ.ภูวเดช เน้นว่า “การจัดสรรแพทย์ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน” เป็นหลัก นี่คือหลักการสำคัญของการบริหารกำลังคนในระบบสาธารณสุข
แต่ขณะเดียวกัน “การคงอยู่ในระบบ” ก็ขึ้นอยู่กับแรงจูงใจ ความพึงพอใจ และคุณภาพชีวิตของแพทย์แต่ละคนด้วย
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า…
• กระทรวงสาธารณสุข ควรจัดสมดุลระหว่าง “เป้าหมายเชิงระบบ” กับ “สิทธิในการเลือก” อย่างไร?
• จะมีทางเลือกใหม่ ๆ เช่น ระบบสมัครใจ การเปิดโควตาพิเศษ หรือการเวียนผลัดเปลี่ยน เพื่อคืนโอกาสให้แพทย์บางส่วนได้กลับภูมิลำเนาในอนาคตได้หรือไม่?




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น