ระบบความเชื่อ ฮีลใจวัย 31 | เก็บตกจากวชิรวิทย์
ทุกปีเมื่อวันเกิดมาถึง จะทบทวนตัวเองว่า อายุบวกขึ้นไปอีก 1 ปี เมื่อปีที่แล้วการเข้าสู่อายุ 30 สร้างความตระหนก! ว่าเราไม่ใช่เด็กแล้ว แต่การเข้าสู่อายุ 31 ยิ่งตอกย้ำมากยิ่งขึ้นว่า 1 ปีที่ผ่านมา มันเร็วมาก
ผมภาคภูมิใจมากที่ได้ทำงานที่ไทยพีบีเอส เข้าสู่ปีที่ 5 ซึ่งจะเท่ากับตอนอยู่เนชั่น ที่นี่เป็นออฟฟิศที่เปิดโอกาสให้ทำหลายอย่าง และสำคัญที่สุดคือ ให้เป็นตัวของตัวเอง ทำข่าวที่อยากทำ ผู้บังคับบัญชาน่ารัก ได้เจอคนมากมาย แต่ทำไมเมื่อวันศุกร์ วันเสาร์มาถึงยิ่งรู้สึกเหงา ทำไมยิ่งอายุมากขึ้น เพื่อนยิ่งน้อยลง
ต่อให้วันจันทร์มาถึง ไปทำงาน อยู่ออฟฟิศที่มีคนมากมาย แต่ก็ยังเหงา ทำไมการเข้าสู่วัยเลข 3 จึงรู้สึกโดดเดี่ยว เพื่อนฝูงน้อยลง ขณะเดียวกัน การทำอะไรต่างๆ ยิ่งต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้น
ผิดกับเมื่อตอนอายุ 20 ต้นๆมีความเลือดร้อน ลุกขึ้นเถียง ตอบโต้อย่างรุนแรง อยากเอาชนะ แต่วันนี้กลับไม่หืออือ คำว่าโตขึ้นอาจอธิบายได้ แต่ทำไม ยิ่งโตยิ่งเหงา กลายเป็นคนคิดเยอะขึ้นจนปฏิเสธคนบ่อยขึ้น อยู่คนเดียวมากขึ้น
การจะเปิดใจให้ใครสักคนเข้ามาใช้ชีวิต ต้องใช้การไตร่ตรองที่มากเหลือเกิน ย้อนแย้งกับความคิดตัวเอง ที่บอกว่าเหงา สับสน จนบางทีก็รู้สึกว่าแค่ข้ามคืนมันทำไมยาวนานเหลือเกิน กลายเป็นคนนอนดึก ตื่นสาย
ยิ่งตอนนี้เทรนสุขภาพจิตกำลังมา ได้คุยกับจิตแพทย์บอกว่า ที่คนป่วยสุขภาพจิตมากขึ้น เพราะปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลง แต่เราก็อยู่นิ่งๆมาโดยตลอด ชีวิตในช่วง 2-3 ปี ก็ไม่ได้เปลี่ยนเยอะ แต่ยังต้องมองหา อะไรบางอย่างมาพยุงใจตัวเอง
ใครสักคนที่ไม่ใช่คน แต่อยู่กับเรา
ผมมองว่ากลไกของระบบความเชื่อ มีความสำคัญกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง มาถึงจุดนี้ ในช่วงที่รู้สึกแย่ที่สุดกับบางเรื่อง แค่ป้าคนหนึ่งที่ขายอาหารเจ แถมกับข้าวให้โดยไม่คิดเงิน เหตุการณ์นั้นเปราะบางขนาดที่ทำให้ผมน้ำตาไหลออกมา เพราะรู้สึกซาบซึ้งในความเอื้อเฟื้อ ว่ามันหาได้ยากเหลือเกิน ในสังคมทุกวันนี้
เราใกล้ชิดกับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ จนมองว่าการมีอะไรสักอย่างเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมันเป็นเรื่องงมงาย หาตรรกะความเป็นเหตุเป็นผลไม่ได้ แต่เมื่อผมเข้าไปอยู่ในแวดวงที่ห้อมล้อมไปด้วยคนแปลกหน้าที่มีความเชื่อเดียวกัน กลับสัมผัสได้ถึงความหวังดี และความอบอุ่น
เหมือนสิ่งนี้มาช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหาย และทำให้รู้สึกว่า ชีวิตนี้ยังมีความหมาย มีความหวัง ให้ทำคุณงามความดี ชาติหน้าขออย่ามีจริง เพราะจะไม่ขอมาเกิดอีกแล้ว
เราอยู่ด้วยความเชื่อเหล่านั้น เรามีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อและความศรัทธา ปนๆไปกับความเหงา และนี่คือบทสรุปของชีวิตที่เข้าสู่วัยที่ 31 และผมไม่รู้ว่าปีต่อไปความคิดจะเปลี่ยนไปอย่างไร




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น