เก็บตกจากวชิรวิทย์ | ลุ้น “คกก.วัคซีนแห่งชาติฯ” เปิดไพ่! งดส่งออกวัคซีน

“ไทย” บีบ “แอสตราเซเนกา” ส่งมอบตามเป้าที่เคยตั้งไว้ ส่อใช้กฎหมายงดส่งออกพร้อมชี้แจงประเทศอื่นที่รอวัคซีนจากโรงงานสยามไบโอไซด์ 


สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังพุ่งต่อเนื่อง จำนวนผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ลดลง เป็นสถานการณ์บีบคั้นให้ คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ อาจต้องตัดสินใจใช้ ไพ่ไม้ตาย” จากอำนาจที่ระบุไว้ใน ...ความมั่นคงวัคซีนแห่งชาติ ..2561” งด หรือ กำหนดสัดส่วนส่งออกวัคซีน แอสตราเซเนกา ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทยจากโรงงานสยามไบโอไซแอนด์ ออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อรักษาชีวิตของคนในประเทศ


นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ตาม ...ความมั่นคงด้านวัคซีน เรื่องการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง  ถึงผลกระทบและความเป็นไปได้ รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ นั้น ที่ประชุมให้ความเห็นชอบในหลักการออกประกาศนี้  โดยมอบหมายให้ กรมควบคุมโรค และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พิจารณาผลกระทบ ผลประโยชน์ด้านต่างๆ ที่จะมีต่อประเทศและประชาชนเป็นหลัก และให้เจรจาอย่างเต็มที่กับผู้ผลิต เพื่อให้ได้วัคซีนในจำนวนที่เหมาะสมกับการระบาดในประเทศและนำกลับมาเสนอ คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ พิจารณาอีกครั้ง


ในสัญญาเดิม บริษัทจะส่งมอบวัคซีนให้ไทย 1 ใน 3 ของกำลังการผลิต หรือตามยอดจัดซื้อคือไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละช่วงเวลา เพราะการผลิตไม่มีโดสตายตัว ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ผลิตได้จริง


ย้อนกลับไปดูคำสั่งซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกาของรัฐบาลไทย เมื่อปี 2563 ระบุแผนการส่งมอบวัคซีนเดือนมิถุนายนจำนวน 6 โดส เดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน 10 ล้านโดส และเดือนธันวาคมอีก 5 ล้านโดสรวมเป็น 61 โดสในปี2564


ถ้าเป็นไปตามแผนการส่งมอบ คงไม่เกิดปัญหาขาดแคนวัคซีน และเกิดความโกลาหลในการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์วัคซีนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้


ก่อนถึงวันส่งมอบล็อตแรกเดือนมิถุนายน ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนว่าความคาดหวังที่เคยฝากไว้กับความเป็นฐานการผลิตวัคซีน จะมีความเสี่ยงแม้ของจะผลิตในบ้านของตัวเองแท้ๆ แต่ไม่สามารถเอามาใช้ได้ 


ปลายเดือนมิ..​แล้วทุกฝ่ายจึงออกมายอมรับว่า เป้าหมายการผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกา ในประเทศไทย ที่ตั้งเป้าไว้ 20 ล้านโดสต่อเดือน แท้จริงความสามารถในความในการผลิตเหลือแค่ 15 ล้านโดส ดังนั้นความสามารถในการส่งมอบให้ประเทศไทยจาก 10 โดสเหลือเพียง 4-5 ล้านโดสเท่านั้นเพราะต้องส่งให้ประเทศอื่นด้วย ซึ่งกว่าจะยอมรับความจริง ก็ช้าเกินกว่าจะวางแผนรับมือบริหารความเสี่ยง 


จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครที่ได้เห็นสัญญาระหว่างรัฐบาล กับแอสตราเซเนกาในการส่งมอบวัคซีนกรณี สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ยกตัวอย่างข้อพิพาทระหว่างแอสตราเซเนกา กับสหภาพยุโรป จากการส่งมอบวัคซีนที่ล่าช้าในสัญญาใช้คำว่า จะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่สุดในการส่งมอบ สะท้อนว่าการผลิตและส่งมอบวัคซีนในภาวะฉุกเฉินมีความไม่แน่นอนสูง เพราะฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะสามารถการันตีในสัญญาว่าจะส่งมอบเท่าไหร่ในเดือนไหน ทำได้เพียงให้กรอบเวลาหลวมๆ 


สั่งห้ามส่งออกวัคซีนแอสตราเซเนกา กับหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 


หากมีการใช้อำนาจตาม ...ความมั่นคงวัคซีนแห่งชาติฯ กำหนดสัดส่วนการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ข้อดีคือเป็นการปลดล็อคให้แผนการส่งมอบเป็นไปตามเดิมคือ 10 โดสต่อเดือน และที่เหลืออีก 5 โดส ส่งไปยังต่างประเทศ


รายงานระบุว่า มี 2 ประเทศเพื่อนบ้านคือ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่สั่งซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา จากโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ ทั้ง 2 ประเทศก็มีสถานการณ์ระบาดรุนแรงไม่ต่างจากประเทศไทย คือมีผู้ติดเชื้อเกือบหมื่นคนต่อวันและต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งมีความต้องการวัคซีนเช่นกัน


หากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ตัดสินใจกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนไปนอกราชอาณาจักรอาจต้องคำนึงถึงเหตุผลด้าน มนุษยธรรม” ที่ต้องบาลานซ์และชี้แจงให้ดี ใช้วิธีทางการทูตในการเจรจาทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้าน หรืออาจใช้ลักษณะการยืมวัคซีนเหมือนอย่างที่ประเทศเกาหลีใต้ ยืมวัคซีนไฟเซอร์จากประเทศอิสราเอล ก็อาจช่วยให้ไม่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ 

ความคิดเห็น