เก็บตกจากวชิรวิทย์ | พลิกปมข่าว ตอน “ฟื้นวิถีสมุยรับท่องเที่ยว หลังโควิด”
อาจเรียกว่าเป็นการนับหนึ่งเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว หลังจากเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางถึงสุวรรณภูมิกลุ่มแรก 39 คน ซึ่งเป้าหมายหลังการกักตัวคือพื้นที่ท่องเที่ยวชายทะเล หนึ่งในนั้นคือ เกาะสมุย นอกจากจะพร้อมสำหรับการกักตัวแล้ว สมุยยังเตรียมพลิกวิถีการท่องเที่ยวแบบเดิม ให้กลายเป็นท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่เน้นวิถีชุมชนมากขึ้น รับมือการท่องเที่ยวหลังหลังโควิค
ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายนนี้ จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มแรกที่ได้รับวีซ่าพิเศษ หรือ STV เดินทางเข้าไทยประมาณ 400 คน ทั้งหมดต้องเข้ากักตัว 14 วัน ก่อนออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มต่อไป จะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งไทยมีความพร้อมเปิดรับนักท่องต่างชาติเข้ามาพร้อมกันไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 คน จากความพร้อมของโรงแรมที่จะใช้ในการกักตัวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภูเก็ตมีโรงแรมเข้าร่วมกว่า 9 แห่ง และสมุยอีกกว่า 10 แห่ง
แต่สำหรับเกาะสมุย การกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวครั้งใหม่ จะแตกต่าง ไปจากเดิม เพราะบทเรียนจากโควิด ทำให้รีสอร์ทของคนสมุยหลายแห่งต้องปิดตัวลง สิ่งนี้ทำให้ชาวชุมชนตระหนักว่า การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนควรเดินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวิถีชีวิต และต้นทุนที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ ติดตามจากรายงาน
📌 ฟื้นต้นทุนเดิมเกาะสมุย สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน
การสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว ของนางเตือนใจ สมวงษ์ หรือ ป้านุ้ย อดีตผู้ประกอบการรีสอร์ท บนเกาะสมุย บ่งบอกได้ดีว่า อดีตเธอต้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารและต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากแค่ไหน ย้อนไปเมื่อปี 2520 บริเวณนี้เพียงมีบังกะโลหลังเล็กๆ ก่อนพัฒนาเป็นอาคารบ้านพักที่ทันสมัย แต่วันนี้ต้องถูกทิ้งร้าง จากผลกระทบ covid-19
เตือนใจ จับสัญญาณถึง ความเสี่ยงจากธุรกิจท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 2554 จึงตัดสินใจไม่ทำธุรกิจท่องเที่ยวต่อ และปล่อยให้รายอื่นเช่าทำธุรกิจแทน
การปรับตัวครั้งนั้น ทำให้เมื่อเกิดวิกฤตยังมีผลผลิตจากสวนเกษตรอินทรีย์กว่า 60 ไร่ ไม่ว่าจะเป็นมังคุด ทุเรียนและอื่นๆ ที่สามารถขายและส่งออก สร้างเม็ดเงินต่อปี ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
นี่คือท้องนา ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า บนเกาะกลางทะเลก็มีการปลูกข้าวแบบหยอดหลุม ฝูงควายพเนจร ที่ออกหากินตามธรรมชาติ อาจเป็นสิ่งแปลกตาสำหรับผู้ที่มาเกาะสมุย แต่นี่คือวิถีดั้งเดิมของชุมชน ก่อนปรับเปลี่ยนมาเป็นสวนผลไม้ และรีสอร์ทเพื่อการท่องเที่ยว และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์บริเวณนี้กำลังจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
วิกฤตที่ผ่านมา ทำให้ชาวสมุยเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความมั่นคงทางอาหาร ที่เป็นหลังพิงให้ในยามวิกฤต บทเรียนผลกระทบจากโควิด 19 ที่ทำให้หลายรีสอร์ทต้องปิดตัวลง ทำให้คนที่นี่ พยายามฟื้นต้นทุนที่มี และวิถีดั้งเดิม ให้เดินควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
📌 เจาะกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ "wellness tourism"
ปัจจุบันเกาะสมุยเปลี่ยนแปลงไปมาก นักท่องเที่ยวลดลงไปถนัดตา ขณะเดียวเดียวกัน หลายโรงแรมปรับตัว ลดราคาที่พักลง 50% เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย
ส่วนรีสอร์ททางเลือกที่เคยมี Booking จองล่วงหน้าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ยังคงเตรียมความพร้อมเพื่อรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ในลักษณะของ wellness tourisim หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งกำลังจะเป็นเทรนการท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยทรัพยากรบนเกาะ โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ และอาหารปลอดภัย
ที่ผ่านมาคนสมุย ยอมรับว่าการพัฒนาบนเกาะ เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง และเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ทิศทางการฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด 19 หลังจากนี้ จึงต้องระมัดระวัง และกระจายความเสี่ยงมากขึ้น การพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม จึงถือเป็นอีกแนวทางในการลดความเสี่ยง


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น