เก็บตกจากวชิรวิทย์ | เปิดเส้นทางมูลค่าเศรษฐกิจ​ชุมชนประมง ​จะนะ

วิกฤตโควิด​ 19​ ที่ทำให้มีแรงงานตกงานจากภาคอุตสาหกรรมเดินทางกลับบ้าน​ ที่ชุมชนหาดสวนกง ในตำบลนาทับ​ อำเภอจะนะ​ จังหวัดสงขลา ก็ไม่ต่างกัน​ เพราะมีแรงงาน กลับบ้านเกิดแต่ยังมีหลังพิง เป็นฐานทรัพยากรในชุมชน คืออาชีพการออกประมงเพื่อหาปลา นี่จึงเป็นคำถามว่า ทิศทางการพัฒนา ที่มุ่งเน้นไปในภาคอุตสาหกรรม อย่างการตั้งนิคมอุตสาหกรรมจะนะ​ เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือไม่ 


ช่วงสายของวันที่ไร้มรสุม​ เรือประมงลำเล็กทยอยเข้าฝั่ง​ หลังออกไปหาปลาตั้งแต่เช้ามืด​ วราภรณ์​ เรืองศรี​ ชาวบ้านหาดสวนกง​ ตำบลนาทับ​ อำเภอจะนะ​​ ใช้ชีวิต​ทำมาหากินอยู่กับทะเล ตั้งแต่เกิดจนโต​ เธอกำลังกังวลว่า ทรัพยากรที่เป็นหลังพิงทั้งในยามปกติ​ และในยามวิกฤตจะหมดไป หากทิศทางการพัฒนา​มุ่งที่การสร้างนิคมอุตสาหกรรม​

ปูและปลาที่จับได้จากทะเลหลายชนิด​ ถูกนำไปขายต่อให้กับพ่อค้าคนกลางที่อยู่​ในชุมชน บรรยากาศการซื้อขายจะคึกคักตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงเที่ยงของทุกวัน โดยเฉลี่ยเรือประมงแต่ละลำ ที่จับปลาตั้งแต่เช้า จะขายปลาได้ วันละ 800 ถึง 1,000 บาท เฉพาะหาดสวนกงมีเรือประมงกว่า 80 ลำ​ มีเถ้าแก่ที่รอรับซื้อปลารวม 4​ เจ้า​ แต่ละเจ้า​ มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 -​ 20,000 บาท

นอกจากปลาสดๆที่ส่งขายให้กับพ่อค้าในชุมชน ที่จะนำไปขายต่อที่ตลาดแพปลาในจังหวัดแล้ว บางครอบครัว​ ก็รับซื้อปลาจากชาวประมงไปแปรรูป เพื่อขายในตลาดชุมชน

แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่​ แต่อัยนา​ ก็ต้องการสืบทอด อาชีพการแปรรูปปลาทะเลจากครอบครัว โดยไม่คิดอยากไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรม เธอบอกว่า​ อยากมีชีวิต บนความพอเพียง โดยไม่ต้องเบียดเบียนหรือสร้างผลกระทบให้กับผู้อื่น

ชายฝั่งทะเลจะนะ คือแหล่งผลิตอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ำที่จับได้จากประมงพื้นบ้าน ก่อให้เกิดกิจกรรม​ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึง​ ส่งออกไปยังต่างประเทศ​ เกิดการกระจายสินค้ากว่า 30​ ตลาดท้องถิ่น​ 10 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา​ และจังหวัดอื่นๆ​

หากนำเรือประมงใน 3 ตำบลของอำเภอจะนะที่มีกว่า 3,000 ลำ​ มาคำนวณรายได้เฉลี่ยต่อวัน วันละ 1,000 บาท ก็จะพบว่า เฉพาะมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อปีจากกิจการสัตว์ทะเลอยู่ที่กว่า 300 ล้านบาท ซึ่งพวกเขาเชื่อว่า ทรัพยากรที่มีอยู่ คือแหล่งอาหารที่ยั่งยืน และไม่ได้หล่อเลี้ยงเฉพาะชุมชนแห่งนี้เท่านั้น 

ความคิดเห็น